วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมองค์กร

ชื่อความรู้   การปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมองค์กร
เจ้าของความรู้   นายประพันธ์   ทองสีดำ
ตำแหน่ง/สังกัด   พัฒนาการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ   การส่งเสริมและสนับสนุนการนำค่านิยมองค์กรสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน
เรื่องเล่า   ค่านิยมองค์กร ABC DEF
๑. ส่วนนำ
                ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาประสบผลสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับบุคลากรของสำนักงานฯ เป็นสำคัญ เพราะหากบุคลากรยังมีกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบราชการ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะทำให้การพัฒนาระบบราชการของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาประสบผลสำเร็จ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตงซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดหน่วยงานข้างต้นก็ติดอยู่ในกรอบแนวคิดนี้เช่นกัน ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จในการพัฒนาหรือการจะเปลี่ยนแปลงองค์กรใด ๆ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของบุคลากรเป็นสำคัญ ดังที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของข้าราชการ    ยุคใหม่ไว้ดังนี้
                I : Integrity   การปฏิบัติงานอย่างมีศักดิ์ศรี
                คำอธิบาย : การทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และทุ่มเทให้กับการทำงาน ภายใต้กฎระเบียบและวิชาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
                A : Activeness   ความขยัน ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติงานเชิงรุก
                คำอธิบาย : การทำงานด้วยความกระตือรือร้น มีความรู้ มีความสามารถในงานที่รับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมีคุณภาพและทันเวลา
                M : Morality   การมีใจคุณธรรม ปฏิบัติราชการด้วยใจบริสุทธิ์ และกุศลเจตนา
                คำอธิบาย : การปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับหลักศาสนา และกฎระเบียบต่าง ๆ เช่น คุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส รวมถึงการปฏิบัติงานที่ปราศจากอคติ และมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
                R : Relevancy   การเรียนรู้ และปรับตัวทันโลกตรงกับสังคม
                คำอธิบาย : การยอมรับและเรียนรู้เครื่องมือ เทคโนโลยี และความคิดใหม่ๆ รวมถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนากระบวนงาน
                E : Efficiency   การทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถวัดและแสดงได้อย่างชัดเจน
                คำอธิบาย : การพัฒนาบุคลากร ระบบงาน และการให้บริการเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัยในการปฏิบัติงาน รวมถึงการมุ่งให้งานสำเร็จโดยใช้ต้นทุนต่ำ
                A : Accountability   ความรับผิดชอบต่อผลสำเร็จของงาน และต่อสาธารณะ
                คำอธิบาย : ปฏิบัติราชการโดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนที่จะต้องทำประโยชน์เพื่อประชาชนและสังคม รวมถึงความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย พร้อมที่จะถูกตรวจสอบและเปิดรับฟังข้อเสนอแนะหรือทำประชาพิจารณ์จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่
                D : Democracy   การมีใจเป็นประชาธิปไตย
                คำอธิบาย : การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคลากร ทีมงาน ผู้รับบริการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงรูปแบบการทำงานเป็นทีม และการแต่งตั้งคณะทำงานมากขึ้น
                Y : Yield   การมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และปฏิบัติงานโดยเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ
                คำอธิบาย : ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ หรือบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด โดยผลงานต้องได้มาตรฐานตามกำหนดเวลา ลดขั้นตอนในการทำงาน ประชาชนพึงพอใจ โดยมุ่งผลลัพธ์มากกว่าขั้นตอนและระเบียบแบบแผน
                จากภารกิจสำคัญในการปฏิรูประบบราชการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการดังกล่าว กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนากระบวนการออกแบบค่านิยมองค์กร ๔ Ds Phasing โดยมีอาจารย์จากสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี                     ( ดร.อรัญ   โสตถิพันธุ์) เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานตามกระบวนการโดยดำเนินการศึกษาค่านิยมที่พึงประสงค์ของกรมการพัฒนาชุมชนตามจุดแข็งของบุคลากรและตามบริบทในการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ซึ่งมีผลลัพธ์ดังนี้
                A : Appreciation   ชื่นชมผู้อื่น
                คำอธิบาย : การทำงานพัฒนาชุมชนถ้าเราไม่สามารถชื่นชมบุคคลอื่นจะทำให้การทำงานแบบ Work With ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย คนที่เป็นนักพัฒนาจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ว่าจะชื่นชมผู้อื่นได้อย่างไร นอกจากนี้ตัว A หรือ Appreciation ยังเป็นอักษรตัวแรกของกระบวนการฝึกอบรมตามเทคนิค AIC ซึ่งเทคนิค AIC จะมุ่งให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการได้รู้จักชื่นชมผู้อื่นก่อน เป็นลำดับแรก โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
                คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     ทักทาย สวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้มแย้มแจ่มใส
๒.    มีปิยะวาจา กล่าวคำขอบคุณ ขอโทษ ไม่เป็นไรตามโอกาสให้เป็นนิสัย
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของผู้อื่น
๒.    ยกย่อง ชมเชย ความรู้ความสามารถของผู้อื่น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     แสดงออก พูด คิด ทำ ในเชิงสร้างสรรค์
๒.    เป็นแบบอย่างของผู้ร่วมงานและทีมงานที่ดี
B : Bravery   กล้าหาญ
คำอธิบาย : ต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจในการทำงาน กล้าที่จะเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานทั้งเชิงสร้างสรรค์ และเชิงคัดค้าน รวมถึงกล้าที่จะชื่นชมผู้อื่น    โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
๒.    ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ยอมรับความคิดเห็น ข้อวิพากษ์ และข้อวิจารณ์ของผู้อื่นได้
๒.    รับผิดชอบต่อผลงาน และผลการกระทำของตนเอง
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     เป็นแบบอย่างในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
๒.    กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
C : Creativity   ริเริ่มสร้างสรรค์
คำอธิบาย : ต้องมีความกล้าที่จะคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กระตุ้น และผลักดันให้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นปรากฏผลเป็นรูปธรรม โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     พัฒนาและปรับปรุงงานที่รับผิดชอบเสมอ
๒.    แสดงความคิดเห็นใหม่ ๆ ในการทำงาน
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     นำความคิดมาพัฒนางาน และเสนอผลงานให้แตกต่างและดีกว่าเดิม
๒.    วิจัย และพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ


คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     มีนวัตกรรมในการทำงาน
๒.    เป็นตัวอย่างในการส่งเสริมให้เพื่อนร่วมงานคิดริเริ่ม สร้างสรรค์
D : Discovery   ใฝ่หาความรู้
คำอธิบาย : ต้องมีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ จึงจะเกิดหรือค้นพบในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน และนำความรู้ที่ค้นพบมาเป็นพื้นฐานในการทำงาน โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
๒.    ชอบตั้งคำถาม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     สามารถนำความรู้มาพัฒนางานได้
๒.    ชอบค้นหาความรู้ใหม่ ๆ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     มีการเรียนรู้และพัฒนางานของตนเองอย่างต่อเนื่อง
๒.    มีผลงานจากการนำความรู้มาปฏิบัติจนเห็นเป็นรูปธรรม
E : Empathy   เข้าอกเข้าใจ
คำอธิบาย : ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น หรือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา โดยพยายามเข้าใจว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนั้น (ไม่ใช่การเห็นอกเห็นใจ หรือการไม่รู้สึกอะไรเลย) โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     เป็นผู้ฟังที่ดี
๒.    รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ อย่างมีเหตุมีผล
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ยอมรับความแตกต่างของบุคคลอื่น
๒.    รู้และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเข้าอกเข้าใจอย่างมีเมตตา
๒.    ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ


F : Facilitation   เอื้ออำนวยความสะดวก
คำอธิบาย : เป็นวิธีการหนึ่งของนักพัฒนาที่จะต้องเอื้ออำนวยให้ผู้อื่นสามารถทำกิจกรรมจนบรรลุเป็นผลสำเร็จได้ตามต้องการ โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     วางตัวให้เหมาะสมตามกาลเทศะ
๒.    มีทักษะในการสื่อสารให้บุคคลอื่นสามารถเข้าใจและปฏิบัติได้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ให้โอกาสผู้อื่นในการคิดและตัดสินใจ
๒.    ช่วยทำให้งานของผู้อื่นง่ายขึ้น และเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     ช่วยทำให้การทำงานของผู้อื่นมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล
๒.    เป็นแบบอย่างของผู้เอื้ออำนวย
๒. ส่วนขยาย
            ก่อนตัดสินใจกำหนดดำเนินการปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมองค์กรของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตง ทีมงานพิจารณาแล้วเห็นว่า ทำอย่างไรบุคลากรจึงจะทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข รักใคร่ สามัคคีปรองดองแบบพี่แบบน้อง มีชีวิตชีวา ไม่แข็งกระด้าง สักแต่จะทำงานให้จบไปวันๆ     จากแนวคิดดังกล่าว จึงนำไปสู่การกำหนดแนวปฏิบัติงานได้ผล คนมีค่านิยม และมีความสุข ตาม ๖ ขั้นตอน ดังนี้
            ขั้นตอนที่ ๑  กำหนดยุทธศาสตร์ของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตง ประจำปี ๒๕๕๗  โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสำนักงานฯ และกำหนดไว้อย่างเป็นทางการ
            ขั้นตอนที่ ๒  จัดทำแผนงาน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมฯ ด้วยค่านิยมองค์กร โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ  
            ขั้นตอนที่ ๓  กำหนดตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้




ที่
ตัวชี้วัด
น้ำหนัก
คะแนน
เป้าหมาย
หมายเหตุ
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม ชื่นชม (Appreciation)
๑๖
ร้อยละ ๘๐ ของบุคลากร สพอ.เบตง    (๔ คน) ที่ได้คะแนนประเมินรวม ๖ ข้อ    แต่ละตัวชี้วัด ตั้งแต่ ๒๔-๓๐ คะแนน


ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม กล้าหาญ (Bravery)
๑๖
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม สร้างสรรค์ (Creativity)
๑๖
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม  “ใฝ่รู้ (Discovery)
๑๖
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม เข้าใจ (Empathy)
๑๖
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม เอื้ออำนวย (Facilitation)
๒๐
รวม
๑๐๐




            เกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัด
                                    -  ตัวชี้วัด ABC DEF (ข้อ ๑ - ๖)
                                    ตัวอย่าง  เกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัดค่านิยม ชื่นชม
ร้อยละ ๘๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 30 คะแนน (5 คะแนน)
ร้อยละ ๗๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 30 คะแนน (4 คะแนน)
ร้อยละ ๖๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 30 คะแนน (3 คะแนน)
ร้อยละ ๕๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 30 คะแนน (2 คะแนน)
ร้อยละ ๔๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 30 คะแนน (1 คะแนน)
            ขั้นตอนที่ ๔  จัดทำแผนปฏิบัติการฯ โดยกำหนดกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนค่านิยมองค์กรทั้ง ๖ ตัวชี้วัดให้บรรลุเป้าหมาย
            ขั้นตอนที่ ๕  ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการโดยจัดทีมขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ดังนี้
                        ทีมที่ ๑  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๑ ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตงที่ได้เสริมสร้างค่านิยม ชื่นชม (Appreciation)
                        ทีมที่ ๒  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๒ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตงที่ได้เสริมสร้างค่านิยม กล้าหาญ (Bravery)
                        ทีมที่ ๓ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๓ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยมสร้างสรรค์ (Creativity)
                        ทีมที่ ๔  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๔ ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม ใฝ่รู้ (Discovery)
                        ทีมที่ ๕ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๕ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม เข้าใจ (Empathy)
                        ทีมที่ ๖ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๖ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม เอื้ออำนวย (Facilitation)
                        นอกจากนี้ เพื่อสร้างผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กรให้เป็นรูปธรรมชัดเจน สพอ.เบตง จึงได้ดำเนินการคัดเลือกทูตค่านิยมองค์กรทีมละ  ๑  คน (บุคลากรมี ๔ คน        จึงซ้ำกัน)  โดยกำหนดให้มีหน้าที่ ดังนี้
                        ๑.  ศึกษาและแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ดีตามแนวทางของค่านิยมองค์กร ABC DEF    เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนร่วมงาน
                        ๒.  ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามตัวชี้วัดที่ยังมีคะแนนประเมินต่ำกว่าเกณฑ์
                        ๓.  ทำหน้าที่ประสานงานภายในทีมและนอกทีม
                        ๔.  ทำหน้าที่ประเมินผลในภาพรวมของการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร
                        ๕.  ทำหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
                  และ สพอ.เบตง ได้ดำเนินการกำหนดปัจจัยหลัก และวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลสำเร็จต่อการนำค่านิยมองค์กร ABC DEF สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ด้วยเครื่องมือ ดังนี้
                   ๑) การประเมินตนเองเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข

                         หลังจากการวิเคราะห์ปัจจัยหลักและสาเหตุของปัญหาร่วมกันแล้ว ก็จัดให้ทุกคน     ได้ประเมินตนเอง โดยเริ่มประเมินตนเองในการนำค่านิยมองค์กร ABC DEF ไปปฏิบัติ โดยใช้แบบฟอร์ม   ที่กำหนดขึ้น ซึ่งประกอบด้วย การประเมินโดยตนเอง (SA) และการประเมินโดยเพื่อนร่วมงาน (ทุกคน) และนำผลการประเมินทั้งสองแบบมาเปรียบเทียบกัน หากพบว่าข้อใดมีคะแนนจากเพื่อนร่วมงานอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าคะแนนที่ได้จากการประเมินตนเอง ให้บุคคลผู้นั้นวางแผนพัฒนาตนเอง  ซึ่งจะมีการประเมินผลอีก  2 ครั้ง   เพื่อติดตามพฤติกรรมว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร
๒) การนำผลการประเมินตนเองสู่การปรับปรุงแก้ไข/สร้างแรงจูงใจ
                                    ทีมงาน สพอ.เบตง กำหนดกิจกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติตามค่านิยม ABC DEF  โดยได้พิจารณาจัดกิจกรรมต่างๆ  เพื่อส่งเสริมสนับสนุน/สร้างแรงจูงใจ ให้บุคลากร           ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามค่านิยม ABC DEF ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีกิจกรรมหลัก  ๖  กิจกรรม ดังนี้
                                    กิจกรรมที่ ๑  ปฏิบัติอย่างไร ให้คนอื่นชื่นชม โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๑
                                    กิจกรรมที่ ๒  ขอบอกว่าดี และยังมีให้แก้ไข โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๒
                                    กิจกรรมที่ ๓    แค่คิดใหม่ อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลง โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๓
                                    กิจกรรมที่ ๔   ความรู้อยู่ไหน  ใคร ๆ ก็ถามหา โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๔
                                    กิจกรรมที่ ๕  หนึ่งคนเข้าใจเรา โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๕
                                    กิจกรรมที่ ๖   จงเป็นผู้เอื้ออำนวยเพื่อช่วยให้งานผู้อื่นง่ายขึ้น โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๖
ตัวอย่างวิธีดำเนินการ
            กิจกรรม        ปฏิบัติตนอย่างไร ให้คนอื่นชื่นชม(Appreciation)
            วัตถุประสงค์
                                    ๑.  เพื่อตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของผู้อื่น
                                    ๒.  เพื่อยกย่องชมเชยความรู้ ความสามารถของผู้อื่น
                                    ๓.  เพื่อให้มีการแสดงออก พูด คิด ทำเชิงสร้างสรรค์           
                                    ๔.  เพื่อให้เป็นแบบอย่างของผู้ร่วมงาน และทีมงานที่ดี
            วิธีการ            ให้ทุกคนเขียนชื่อและคำชื่นชมของคนที่ตนเองชื่นชมทุก ๑๕ วัน ใส่ในกล่องที่เตรียมไว้ เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมเปิดกล่องและรวบรวมจัดทำเป็นเล่มที่สวยงาม มอบให้เจ้าตัวเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี
            ขั้นตอนที่ ๖  การติดตามผลการปฏิบัติตามแผนฯ และการประเมินผล
                        ๑.  แบบประเมินพฤติกรรมตามค่านิยม ABC DEF สำหรับตนเอง (ทุกคนประเมินตนเอง)    ซึ่งประกอบด้วย จำนวน  ๖  ตัวชี้วัดหลัก และ ๓๖ ตัวชี้วัดย่อย
                        ๒. แบบประเมินพฤติกรรมค่านิยม ABC DEF สำหรับการมีส่วนร่วมของทุกคน ซึ่งประกอบด้วย จำนวน ๖ ตัวชี้วัดหลัก และ ๓๖ ตัวชี้วัดย่อย
                        ๓.  แบบเปรียบเทียบผลการประเมินหากพบว่าคะแนนที่ได้ยังไม่ผ่านเกณฑ์ บุคคลผู้นั้นจะต้องวางแผนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
๓. ส่วนสรุป
                นอกจากรูปแบบ (Model) ที่ สพอ.เบตงนำเสนอทั้ง ๖ ขั้นตอนในการเสริมสร้างค่านิยมองค์กรในหน่วยงานอย่างยั่งยืนแล้วยังต้องใช้กลยุทธ์ในการเสริมสร้างค่านิยมองค์กรด้วยวิธีการ   ให้ดูผู้บริหารทุกระดับ (จังหวัดและอำเภอ) ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้      ด้วยหลักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และความเอื้ออารีต่อกัน นอกจากนี้ สพอ.เบตง ยังกำหนดให้บุคลากรในสังกัดทุกคนต้องยึดเป้าหมายในการทำงานร่วมกันคือ ประโยชน์สูงสุดของประชาชน  โดยนำ  กลยุทธ์ ๔ พ. มาปรับใช้ในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ดังนี้
                ๑) พึ่งตนเอง เน้นให้บุคลากรในสังกัดทำงานอย่างมืออาชีพ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี มีความตั้งใจ ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติภารกิจ และมีความรอบรู้ในเนื้องานอย่างชัดเจน
                ๒) พอดี ส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดยึดหลักประชาธิปไตยในการทำงาน ยอมรับหลักการมีส่วนร่วม มีความโปร่งใส ปรับตัวได้เท่าทันตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และมีความสมดุลย์ทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานในทุกมิติ
                ๓) พอเพียง สนับสนุนให้บุคลากรในสังกัดนำหลักความพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตการทำงาน โดยคำนึงถึงความรอบคอบ ครอบคลุม มีเหตุมีผล มีศีลธรรมจรรยา และความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
                ๔) พอใจ สพอ.เบตง สนับสนุน และเอื้ออำนวยให้การทำงานของบุคลากรในสังกัดมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย สพอ.เบตง จะสนับสนุนการปฏิบัติตามภารกิจของหน่วยงานในทุกด้าน และจะวัดผลสัมฤทธิ์ด้วยการวัดความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการปฎิบัติงานตามภารกิจของกรมฯ
จากความมุ่งมั่นของบุคลากรในสังกัด สพอ.เบตง ที่จะนำค่านิยมองค์กรไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนด้วย Model ที่นำเสนอและกลยุทธ์ ๔ พ ...เพื่อรวมพลังก้าวสู่เป้าหมายสุดท้ายร่วมกัน นั่นคือ งานได้ผล คนมีสุข นั่นเอง

...............................................................................................................................................





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น