วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

KM OTOP Diary (OD) สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของกลุ่ม OTOP

KM OTOP Diary (OD)
สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของกลุ่ม OTOP
นายนิเลาะ นิธิพันธุ์กุล
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าโอทอป (OTOP) หรือ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” เป็นแนวคิดที่กำเนิดขึ้นจากแนวคิดธุรกิจชุมชนเพื่อพัฒนาประเทศของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเรียกว่า โครงการ One Village One Product หรือ OVOP ที่รัฐบาลไทยเอามาปรับใช้และประกาศเป็นนโยบายสำคัญในปี พ.ศ. 2544 โดยใช้ชื่อว่า “One Tambon One Product” หรือOTOP โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างงานสร้างรายได้แก่ชุมชน สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนให้สามารถคิดเอง ทำเอง ในการพัฒนาท้องถิ่นเสริมสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น
ในการดำเนินงานดังกล่าว รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ หรือเรียกโดยย่อว่า กอ.นตผ. ให้มีอำนาจหน้าที่หลายประการ เช่น การกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทการดำเนินงาน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” กำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์การคัดเลือกและขึ้นบัญชีผลิตภัณฑ์ดีเด่นของตำบลรวมทั้งสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายยุทธศาสตร์และแผนแม่บทอย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งให้กำหนดนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพ บริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ คณะกรรมการ กอ.นตผ. จึงได้กำหนดประเภทของผลิตภัณฑ์ชุมชน ไว้ 5 ประเภท ประกอบด้วย 1) ประเภทอาหาร 2) ประเภทเครื่องดื่ม 3) ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย    4) ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก และ 5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร
การดำเนินงานของกลุ่ม OTOP ที่ผ่านมา กลุ่ม OTOP ไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่มเท่าที่ควร และขาดการเอื้อหนุนที่ดีจากทุกภาคส่วน โครงการ OTOP Diary สมุดปฏิบัติงานของกลุ่ม OTOP จึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะเอื้ออำนวยให้การดำเนินงานของกลุ่ม OTOP มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขุมความรู้
1. แนวคิดภูมิปัญญาไทย (Thai Wisdom)
2. แนวคิดโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

แก่นความรู้

เนื้อหาของสมุดบันทึก


กลยุทธ์ในการทำงาน
1. ประชุมคณะกรรมการเครือข่าย OTOP
2. ออกแบบสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน
3. จัดทำสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน
4. กลุ่ม OTOP บันทึกงานปฏิบัติงาน
5. ติดตาม/วิเคราะห์/ประเมินผล

เทคนิคการทำงานกับผู้นำ อช.ตามบทบาทหน้าที่ในการกระตุ้นชุมชนให้เกิดการพัฒนา”


โครงการหนึ่งนักพัฒนา  หนึ่งโครงการริเริ่มสร้างสรรค์
“เทคนิคการทำงานกับผู้นำ อช.ตามบทบาทหน้าที่ในการกระตุ้นชุมชนให้เกิดการพัฒนา”

ส่วนที่ ๑   บทนำ
ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน  ได้ดำเนินงานตามโครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตามมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่  ๒๘  มกราคม ๒๕๑๒  มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี ด้วยแนวคิดที่ว่า  งานพัฒนาชุมชน คนในชุมชน ย่อมมีความรู้ ความเข้าใจต่อปัญหาได้ดีกว่า  โดยมีเป้าประสงค์ที่จะสนับสนุนให้ผู้นำ อช.เป็นนักพัฒนาภาคประชาชน  สามารถทำงานทดแทนเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้  และได้มอบหมายให้ผู้นำ อช.เข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้ส่งเสริม  สนับสนุน และประสานการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน
ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่  ๒  ด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารงานชุมชน  มีเป้าประสงค์ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้  การพัฒนาคน เพื่อให้มีความสามารถในการบริหารงานในหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเองให้เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลง  เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  และสังคมเกิดการสามัคคี  เกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
และจากการที่ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา การที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  จำเป็นต้องพัฒนาคน  ซึ่งประชาชนและผู้นำชุมชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  ยึดขนบธรรมเนียมประเพณี หลักศาสนา ในการดำรงชีวิต  ผู้นำส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจในการบริหารงานชุมชนค่อนข้างน้อย  พัฒนากรจึงต้องหาตัวกระตุ้นให้ผู้นำชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารงานชุมชน ให้ประชาชนรู้จักช่วยตนเองและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ริเริ่มและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง  จึงเล็งไปที่ผู้นำ อช.  ซึ่งได้มองเห็นแล้วว่า  เป็นผู้ที่มีจิตอาสาที่จะพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง  ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีความคิดและจัดทำโครงการหนึ่งนักพัฒนา หนึ่งโครงการริเริ่มสร้างสรรค์  ประจำปี ๒๕๕๗  เพื่อเป็นการพัฒนาคนและให้เกิดแรงกระตุ้นแก่ผู้นำชุมชนในการพัฒนาหมู่บ้านให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้ผู้นำ อช.ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของตนเอง  และเป็นต้นแบบที่ดีแก่หมู่บ้านอื่น ๆ
๒. เพื่อสร้างผู้นำ อช.รุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ (ผู้นำ อช.รักบ้านเกิด)
๓. เพื่อให้ผู้นำ อช.เป็นแรงกระตุ้นผู้นำชุมชนในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้เกิดผลสำเร็จ
๔. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้นำ อช.และทีมผู้นำชุมชน  เพื่อให้รู้จักการบริหารงานในพื้นที่

เป้าหมาย
ผู้นำ อช.,  อช. และทีมผู้นำชุมชนในพื้นที่บ้านกาบัง  หมู่ที่ ๗  ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง  จังหวัดยะลา

วิธีการและกระบวนการดำเนินงาน
๑. สร้างความคุ้นเคยพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้นำ อช./อช.
๒. จัดเวทีระดมความรู้จากแกนนำและผู้นำ อช.
๓. ค้นหาความรู้จากสื่ออื่น ๆ เช่น ความรู้ในชุมชน/วัฒนธรรม/ปราชญ์ชาวบ้าน/สื่ออินเทอร์เน็ต
๔. ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจกับผู้นำ อช.  อช. และทีมผู้นำชุมชน ในด้านการบริหารงานชุมชน
๕. จัดเวทีเรียนรู้  นำเสนอผลการบริหารงานในชุมชน  ปัญหา  แนวทางแก้ไข
๖. สรุปผลการดำเนินงานจากการร่วมกันทำงานของผู้นำ อช.  อช. และทีมผู้นำชุมชน

การสร้างความเข้าใจแก่ผู้นำ อช./ อช.และทีมผู้นำชุมชน  โดยใช้บทบาทหน้าที่ของผู้นำ อช.ดังนี้
      (1)  กระตุ้นให้องค์กรประชาชน  รู้สภาพปัญหาของหมู่บ้านและสามารถวางแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาได้เอง  รวมถึงการกระตุ้นให้ประชาชนรู้จักช่วยตนเอง  และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   (2)  ริเริ่มและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนา  โดยเป็นที่ปรึกษากลุ่มเยาวชน  กลุ่มสตรี  กลุ่ม
อาสาสมัคร  ตลอดจนองค์กรประชาชน  และกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ
             (3)  ช่วยเหลือ  สนับสนุน  การดำเนินงานตามแผนงานโครงการหรือกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน
              (4)  เป็นผู้ประสานงานระหว่างองค์กรประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ  องค์กรเอกชน  หรือเอกชนอื่น
              (5)  ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่เวทีประชาคม คณะกรรมการหมู่บ้าน/ทางราชการมอบหมาย
และสร้างความเข้าใจภารกิจหลักของอาสาพัฒนาชุมชน และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนไว้ ๘ ประการคือ
 ๑. การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ข้อมูล กชช.๒ค
 ๒. การจัดทำแผนชุมชน
 ๓. การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 ๔. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 ๕. การส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย
 ๖. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
 ๗. การจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชน
 ๘. การพัฒนาเด็ก

ส่วนที่ ๒

นำเสนอผลผลิต และผลลัพธ์ หรือนวตกรรมที่เกิดจากการจัดการความรู้

จากการดำเนินการตาม  “โครงการเทคนิคการทำงานกับผู้นำ อช.ตามบทบาทหน้าที่ในการกระตุ้นชุมชนให้เกิดการพัฒนา”  โดยมีผู้เข้าร่วมการดำเนินงานตามโครงการนี้  คือ  ผู้นำ อช. (นายอุสมาน  แวเต๊ะ) เป็นตัวหลัก ซึ่งนายอุสมานฯ เป็นผู้นำ อช.ชาย ตำบลกาบัง  พื้นที่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๗ บ้านกาบัง และเคยได้รับรางวัลผู้นำ อช.ชายดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี ๒๕๕๖ ตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชน องค์กรเครือข่ายของกรมการพัฒนาชุมชน   อช.เป็นผู้ร่วม  และทีมผู้นำชุมชน  ได้แก่  ผู้ใหญ่บ้าน  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  คณะกรรมการหมู่บ้านฯ  ผู้นำศาสนา ผู้นำสตรี/เยาวชน)
และจากการที่ นายอุสมาน  แวเต๊ะ  ผู้นำ อช. ต.กาบัง  มีบ้านพักอาศัยอยู่ ณ บ้านกาบัง  หมู่ที่ ๗  ตำบลกาบัง  อำเภอกาบัง  จังหวัดยะลา  และด้วย นายอุสมานฯ  เป็นผู้ที่มีจิตใจอาสา  ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอด  ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านกาบัง  ให้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย  จึงทำให้เป็นการปูทางในการดำเนินงานตามโครงการนี้อีกทางหนึ่ง  
ผลการดำเนินงานพอสรุปได้ ดังนี้
๑. นายอุสมาน  แวเต๊ะ  ผู้นำ อช.ดีเด่น  ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำชุมชน  และเป็นที่ยอมรับของประชาชน/ทีมงานทั้งในหมู่บ้านและจากภาคราชการและเอกชน  สามารถบูรณาการการทำงานได้จากทุกภาคส่วน  โดยใช้ความมีจิตอาสา  การรู้จักสำนึกในบทบาทหน้าที่ของผู้นำ อช. และเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้นำชุมชน/ทีมงานได้ขับเคลื่อนงาน   ทีมงานในหมู่บ้านได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
๒. ผู้นำชุมชน/ทีมงาน  ได้รับการกระตุ้น  เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาชุมชน
๓. เกิดความสามัคคีในทีมงานผู้นำชุมชน  ร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่
๔. ผู้นำชุมชน/ทีมงาน  เข้าใจการบริหารงานและสามารถบริหารงานในพื้นที่เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น
๕. เป็นการสร้างทีมงาน  เกิดการพัฒนาศักยภาพและเกิดภาวะผู้นำ
๖. ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอาสาสมัคร/ผู้นำชุมชน/ทีมงานกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ
๗. ทำให้เกิดการบูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กองทุนแม่ของแผ่นดินสู่การออม

ชื่อความรู้ กองทุนแม่ของแผ่นดินสู่การออม
เจ้าของความรู้ นางสาวจิตรา  หนูมาก
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ การส่งเสริมการออม/การบริหารจัดการกลุ่มแบบธรรมาภิบาล/การบริหารจัดการทุน
แบบมีส่วนร่วม
เรื่องเล่า
๑. ส่วนนำ
กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งเป็นการขยายพลังแห่งความดีของคนในหมู่บ้าน และชุมชน เสริมสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดความรู้ร่วมกันภายในหมู่บ้าน และชุมชน ร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน จัดตั้งกองทุนในการสนับสนุนกิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะในการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาอื่นๆ ในหมู่บ้าน และชุมชน
เป้าหมายของการจัดตั้งกองทุนแม่ของแผ่นดิน สรุปได้ดังนี้คือ
- เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
-เพื่อเฝ้าระวังคนในชุมชนให้ห่างไกลยาเสพติด
-เพื่อส่งเสริมอาชีพคนในชุมชน
-เพื่อช่วยเหลือคนยากจนในชุมชน
-เพื่อสร้างสวัสดิการในชุมชน
-เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน
-ฯลฯ บ้านอัยเยอร์เบอร์จัง หมู่ที่ ๑ ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้รับพระราชทานเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาอย่างต่อเนื่อง จนมีกิจกรรมเป็นที่ประจักษ์และสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ได้
จากความสามัคคีของคนในชุมชนที่ร่วมกันดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอดจนเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง ประกอบกับในหมู่บ้านยังไม่มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๐
ได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นฐานรากที่มั่นคงของประเทศโดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างทุนของประเทศที่มีอยู่ทั้งที่เป็นทุนทางสังคมทุนเศรษฐกิจและทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการพัฒนาอย่างเชื่อมโยง ดังนั้น การเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก จำเป็นต้องให้ความสำคัญและพัฒนาควบคู่กันไปทั้งทุนทางกายภาพ  ทุนมนุษย์  ทุนทางสังคม ทุนทางธรรมชาติ และด้านเงินทุน
กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน และมียุทธศาสตร์ในพัฒนาทุนชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง ในการเสริมสร้างและพัฒนาระบบทุนชุมชน การบริหารจัดการทุนชุมชน ตลอดจนประสานงานและแสวงหาความร่วมมือในการพัฒนารูปแบบ/วิธีการขยายกิจกรรมของทุนชุมชน  โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ ในฐานะนักวิชาการพัฒนาชุมชน มีภารกิจในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการพัฒนาระบบและกลไกในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้  การจัดการความรู้ การอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชนได้ร่วมสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนรู้จักวิธีการบริหารจัดการกองทุนในชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุนและปัญหาความยากจน โดยส่งเสริมให้มีการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้นในชุมชนในกลุ่มจึงมีมติที่จะสร้างกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการออมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต และใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารชุมชนด้วยชุมชนเองจึงได้จัดตั้ง “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านอัยเยอร์เบอร์จัง” ขึ้น
๒. ส่วนขยาย
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านอัยเยอร์เบอร์จัง ปัจจุบันมียอดเงินสัจจะสะสม ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ บาท โดยมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ ๖๐ กว่าราย ส่งเงินสัจจะสะสมอย่างต่อเนื่อง
โดยกลุ่มดำเนินการจัดสรรเงินปล่อยกู้ให้กับสมาชิกโดยดำเนินการตามแนวทางกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
เพื่อนำผลกำไรมาจัดสรรเป็นสวัสดิการให้กับคนในชุมชน จัดกิจกรรมด้านสาธารณะประโยชน์ของกลุ่ม
ที่เชื่อมโยงกับประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่สร้างศักภาพของชุมชนได้อย่างยั่งยืน  สามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับสมาชิกกลุ่มและชุมชนเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ต้องรักษาไว้ ช่วยเหลือคนเป็นหนี้นอกระบบ ให้สามารถเป็นแหล่งทุนชุมชนที่สามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สมาชิกกลุ่มในด้านการเงินตลอดจนเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างการเรียนรู้ของคนในชุมชนในการบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามหลักคุณธรรม๕ประการได้แก่
๑.ความซื่อสัตย์
๒.ความเสียสละ
๓.ความรับผิดชอบ
๔.ความเห็นอกเห็นใจ
๕.ความไว้วางใจกันและกัน
บันทึกขุมความรู้(Knowledge Assets)
๑. ปลุกกระแสสร้างอุดมการณ์สู่การปฏิบัตินำไปสู่ความสำเร็จ
๒. การบริหารจัดการที่จะทำให้กลุ่มฯ ประสบผลสำเร็จ และไม่มีปัญหา เพราะการบริหารจัดการเงินทุนเป็น
เรื่องยาก ต้องให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างละเอียด
๓. จัดเวทีประชาคมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและเพื่อฟังความคิดเห็น ทุกระดับ
๔. ดำเนินการตรวจสุขภาพทางการเงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด
แก่นความรู้(Core Competency)
๑. ศึกษาข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอย่างละเอียด
๒. ศึกษาแนวทางและหลักเกณฑ์ พร้อมทั้งเครื่องมือในการดำเนินงานอย่างละเอียด และรอบคอบ
๓. ปรึกษาหารือ จัดเวทีประชาคม ชี้แจงทำความเข้าใจทุกขั้นตอน
๔. ให้หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงาน
๕. การติดตามสนับสนุนมีผลต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
๖. การตรวจสุขภาพทางการเงินกองทุนชุมชนของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นเครื่องมือที่สร้างความกระตือรือร้นในการพัฒนากลุ่มฯ
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑. ศึกษาข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ในด้านคณะกรรมการบริหาร ระเบียบ การปฏิบัติตามระเบียบ สภาพทั่วไปของหมู่บ้าน
๒. ศึกษาแนวทางและหลักเกณฑ์ พร้อมทั้งเครื่องมือในการดำเนินงานอย่างละเอียด และรอบคอบโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนเพื่อให้การพัฒนาศักยภาพของชุมชนตนเองเป็นไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
๓. ปรึกษาหารือ จัดเวทีประชาคม ชี้แจงทำความเข้าใจทุกขั้นตอน
๔. ดำเนินการโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานใช้หลักธรรมาภิบาล ในการบริหารกลุ่มฯเพราะชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างดียิ่งเกิดความภาคภูมิใจ ด้วยความเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ทำให้ชุมชนสามารถมีศักยภาพ เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
๑. หลักการ/แนวทาง/การส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้ง การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
๒.เทคนิคการทำงานกับชาวบ้าน
๓.กระบวนการมีส่วนร่วม
๔. หลักการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตยึดมั่นใน “สัจจะ” ที่มีต่อตนเอง
๕. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๓. ส่วนสรุป
๑. สมาชิกจะมีเงินเก็บอย่างไม่รู้ตัวแต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
๒. บรรเทาเหตุจำเป็น/ฉุกเฉิน ไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ
๓.สมาชิกรู้จักประหยัดและมีเงินออมไว้ใช้ยามจำเป็น
๔. ให้สมาชิกมีนิสัยรักการออม
๕.สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวสมาชิก
๖.เป็นการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่มสมาชิก
๗.สมาชิกได้รับทราบบทบาทหน้าที่มีส่วนร่วมรวมถึงสิทธิประโยชน์ของตนตามระเบียบของกลุ่มออมทรัพย์และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กลุ่มออมทรัพย์กำหนด
๘. ให้ชุมชนบริหารชุมชนด้วยชุมชนเองบริหารจัดการทุนชุมชนแบบมีส่วนร่วม
๙. สามารนำเงินที่มีอยู่ในทุนชุมชนไปพัฒนาอาชีพในชุมชน ส่งเสริมสวัสดิการในชุมชน
๔. ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์
๑๘๐ ถนนอรรถเวที ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
เบอร์โทร...๐๗๓-๒๓๑๑๔๗ , ๐๘๙-๙๗๔๙๐๖๙

การปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมองค์กร

ชื่อความรู้   การปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมองค์กร
เจ้าของความรู้   นายประพันธ์   ทองสีดำ
ตำแหน่ง/สังกัด   พัฒนาการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ   การส่งเสริมและสนับสนุนการนำค่านิยมองค์กรสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน
เรื่องเล่า   ค่านิยมองค์กร ABC DEF
๑. ส่วนนำ
                ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาประสบผลสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับบุคลากรของสำนักงานฯ เป็นสำคัญ เพราะหากบุคลากรยังมีกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบราชการ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะทำให้การพัฒนาระบบราชการของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลาประสบผลสำเร็จ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตงซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดหน่วยงานข้างต้นก็ติดอยู่ในกรอบแนวคิดนี้เช่นกัน ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จในการพัฒนาหรือการจะเปลี่ยนแปลงองค์กรใด ๆ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของบุคลากรเป็นสำคัญ ดังที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของข้าราชการ    ยุคใหม่ไว้ดังนี้
                I : Integrity   การปฏิบัติงานอย่างมีศักดิ์ศรี
                คำอธิบาย : การทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และทุ่มเทให้กับการทำงาน ภายใต้กฎระเบียบและวิชาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
                A : Activeness   ความขยัน ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติงานเชิงรุก
                คำอธิบาย : การทำงานด้วยความกระตือรือร้น มีความรู้ มีความสามารถในงานที่รับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมีคุณภาพและทันเวลา
                M : Morality   การมีใจคุณธรรม ปฏิบัติราชการด้วยใจบริสุทธิ์ และกุศลเจตนา
                คำอธิบาย : การปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับหลักศาสนา และกฎระเบียบต่าง ๆ เช่น คุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส รวมถึงการปฏิบัติงานที่ปราศจากอคติ และมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
                R : Relevancy   การเรียนรู้ และปรับตัวทันโลกตรงกับสังคม
                คำอธิบาย : การยอมรับและเรียนรู้เครื่องมือ เทคโนโลยี และความคิดใหม่ๆ รวมถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนากระบวนงาน
                E : Efficiency   การทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถวัดและแสดงได้อย่างชัดเจน
                คำอธิบาย : การพัฒนาบุคลากร ระบบงาน และการให้บริการเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัยในการปฏิบัติงาน รวมถึงการมุ่งให้งานสำเร็จโดยใช้ต้นทุนต่ำ
                A : Accountability   ความรับผิดชอบต่อผลสำเร็จของงาน และต่อสาธารณะ
                คำอธิบาย : ปฏิบัติราชการโดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนที่จะต้องทำประโยชน์เพื่อประชาชนและสังคม รวมถึงความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย พร้อมที่จะถูกตรวจสอบและเปิดรับฟังข้อเสนอแนะหรือทำประชาพิจารณ์จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่
                D : Democracy   การมีใจเป็นประชาธิปไตย
                คำอธิบาย : การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคลากร ทีมงาน ผู้รับบริการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงรูปแบบการทำงานเป็นทีม และการแต่งตั้งคณะทำงานมากขึ้น
                Y : Yield   การมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และปฏิบัติงานโดยเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ
                คำอธิบาย : ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ หรือบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด โดยผลงานต้องได้มาตรฐานตามกำหนดเวลา ลดขั้นตอนในการทำงาน ประชาชนพึงพอใจ โดยมุ่งผลลัพธ์มากกว่าขั้นตอนและระเบียบแบบแผน
                จากภารกิจสำคัญในการปฏิรูประบบราชการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการดังกล่าว กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนากระบวนการออกแบบค่านิยมองค์กร ๔ Ds Phasing โดยมีอาจารย์จากสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี                     ( ดร.อรัญ   โสตถิพันธุ์) เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานตามกระบวนการโดยดำเนินการศึกษาค่านิยมที่พึงประสงค์ของกรมการพัฒนาชุมชนตามจุดแข็งของบุคลากรและตามบริบทในการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ซึ่งมีผลลัพธ์ดังนี้
                A : Appreciation   ชื่นชมผู้อื่น
                คำอธิบาย : การทำงานพัฒนาชุมชนถ้าเราไม่สามารถชื่นชมบุคคลอื่นจะทำให้การทำงานแบบ Work With ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย คนที่เป็นนักพัฒนาจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ว่าจะชื่นชมผู้อื่นได้อย่างไร นอกจากนี้ตัว A หรือ Appreciation ยังเป็นอักษรตัวแรกของกระบวนการฝึกอบรมตามเทคนิค AIC ซึ่งเทคนิค AIC จะมุ่งให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการได้รู้จักชื่นชมผู้อื่นก่อน เป็นลำดับแรก โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
                คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     ทักทาย สวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้มแย้มแจ่มใส
๒.    มีปิยะวาจา กล่าวคำขอบคุณ ขอโทษ ไม่เป็นไรตามโอกาสให้เป็นนิสัย
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของผู้อื่น
๒.    ยกย่อง ชมเชย ความรู้ความสามารถของผู้อื่น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     แสดงออก พูด คิด ทำ ในเชิงสร้างสรรค์
๒.    เป็นแบบอย่างของผู้ร่วมงานและทีมงานที่ดี
B : Bravery   กล้าหาญ
คำอธิบาย : ต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจในการทำงาน กล้าที่จะเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานทั้งเชิงสร้างสรรค์ และเชิงคัดค้าน รวมถึงกล้าที่จะชื่นชมผู้อื่น    โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
๒.    ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ยอมรับความคิดเห็น ข้อวิพากษ์ และข้อวิจารณ์ของผู้อื่นได้
๒.    รับผิดชอบต่อผลงาน และผลการกระทำของตนเอง
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     เป็นแบบอย่างในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
๒.    กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
C : Creativity   ริเริ่มสร้างสรรค์
คำอธิบาย : ต้องมีความกล้าที่จะคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กระตุ้น และผลักดันให้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นปรากฏผลเป็นรูปธรรม โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     พัฒนาและปรับปรุงงานที่รับผิดชอบเสมอ
๒.    แสดงความคิดเห็นใหม่ ๆ ในการทำงาน
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     นำความคิดมาพัฒนางาน และเสนอผลงานให้แตกต่างและดีกว่าเดิม
๒.    วิจัย และพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ


คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     มีนวัตกรรมในการทำงาน
๒.    เป็นตัวอย่างในการส่งเสริมให้เพื่อนร่วมงานคิดริเริ่ม สร้างสรรค์
D : Discovery   ใฝ่หาความรู้
คำอธิบาย : ต้องมีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ จึงจะเกิดหรือค้นพบในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน และนำความรู้ที่ค้นพบมาเป็นพื้นฐานในการทำงาน โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
๒.    ชอบตั้งคำถาม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     สามารถนำความรู้มาพัฒนางานได้
๒.    ชอบค้นหาความรู้ใหม่ ๆ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     มีการเรียนรู้และพัฒนางานของตนเองอย่างต่อเนื่อง
๒.    มีผลงานจากการนำความรู้มาปฏิบัติจนเห็นเป็นรูปธรรม
E : Empathy   เข้าอกเข้าใจ
คำอธิบาย : ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น หรือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา โดยพยายามเข้าใจว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนั้น (ไม่ใช่การเห็นอกเห็นใจ หรือการไม่รู้สึกอะไรเลย) โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     เป็นผู้ฟังที่ดี
๒.    รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ อย่างมีเหตุมีผล
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ยอมรับความแตกต่างของบุคคลอื่น
๒.    รู้และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเข้าอกเข้าใจอย่างมีเมตตา
๒.    ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ


F : Facilitation   เอื้ออำนวยความสะดวก
คำอธิบาย : เป็นวิธีการหนึ่งของนักพัฒนาที่จะต้องเอื้ออำนวยให้ผู้อื่นสามารถทำกิจกรรมจนบรรลุเป็นผลสำเร็จได้ตามต้องการ โดยมีเกณฑ์บ่งชี้พฤติกรรมทั้ง ๓ ระดับ ดังนี้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับพื้นฐาน
๑.     วางตัวให้เหมาะสมตามกาลเทศะ
๒.    มีทักษะในการสื่อสารให้บุคคลอื่นสามารถเข้าใจและปฏิบัติได้
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับท้าทาย
๑.     ให้โอกาสผู้อื่นในการคิดและตัดสินใจ
๒.    ช่วยทำให้งานของผู้อื่นง่ายขึ้น และเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระดับต้นแบบ
๑.     ช่วยทำให้การทำงานของผู้อื่นมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล
๒.    เป็นแบบอย่างของผู้เอื้ออำนวย
๒. ส่วนขยาย
            ก่อนตัดสินใจกำหนดดำเนินการปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมองค์กรของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตง ทีมงานพิจารณาแล้วเห็นว่า “ทำอย่างไรบุคลากรจึงจะทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข รักใคร่ สามัคคีปรองดองแบบพี่แบบน้อง มีชีวิตชีวา ไม่แข็งกระด้าง สักแต่จะทำงานให้จบไปวันๆ”     จากแนวคิดดังกล่าว จึงนำไปสู่การกำหนดแนวปฏิบัติ “งานได้ผล คนมีค่านิยม และมีความสุข” ตาม ๖ ขั้นตอน ดังนี้
            ขั้นตอนที่ ๑  กำหนดยุทธศาสตร์ของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเบตง ประจำปี ๒๕๕๗  โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสำนักงานฯ และกำหนดไว้อย่างเป็นทางการ
            ขั้นตอนที่ ๒  จัดทำแผนงาน “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมฯ ด้วยค่านิยมองค์กร” โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ  
            ขั้นตอนที่ ๓  กำหนดตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้




ที่
ตัวชี้วัด
น้ำหนัก
คะแนน
เป้าหมาย
หมายเหตุ
๑
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “ชื่นชม” (Appreciation)
๑๖
๕
ร้อยละ ๘๐ ของบุคลากร สพอ.เบตง    (๔ คน) ที่ได้คะแนนประเมินรวม ๖ ข้อ    แต่ละตัวชี้วัด ตั้งแต่ ๒๔-๓๐ คะแนน


๒
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “กล้าหาญ” (Bravery)
๑๖
๕
๓
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “สร้างสรรค์” (Creativity)
๑๖
๕
๔
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม  “ใฝ่รู้” (Discovery)
๑๖
๕
๕
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “เข้าใจ” (Empathy)
๑๖
๕
๖
ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “เอื้ออำนวย” (Facilitation)
๒๐
๕
รวม
๑๐๐




            เกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัด
                                    -  ตัวชี้วัด ABC DEF (ข้อ ๑ - ๖)
                                    ตัวอย่าง  เกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัดค่านิยม “ชื่นชม”
ร้อยละ ๘๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 – 30 คะแนน (5 คะแนน)
ร้อยละ ๗๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 – 30 คะแนน (4 คะแนน)
ร้อยละ ๖๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 – 30 คะแนน (3 คะแนน)
ร้อยละ ๕๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 – 30 คะแนน (2 คะแนน)
ร้อยละ ๔๐ ของบุคลากรสพอ.เบตงที่มีผลการประเมินระหว่าง 24 – 30 คะแนน (1 คะแนน)
            ขั้นตอนที่ ๔  จัดทำแผนปฏิบัติการฯ โดยกำหนดกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนค่านิยมองค์กรทั้ง ๖ ตัวชี้วัดให้บรรลุเป้าหมาย
            ขั้นตอนที่ ๕  ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการโดยจัดทีมขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ดังนี้
                        ทีมที่ ๑  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๑ ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตงที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “ชื่นชม” (Appreciation)
                        ทีมที่ ๒  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๒ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตงที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “กล้าหาญ” (Bravery)
                        ทีมที่ ๓ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๓ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม“สร้างสรรค์” (Creativity)
                        ทีมที่ ๔  รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๔ ร้อยละของบุคลากร สพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “ใฝ่รู้” (Discovery)
                        ทีมที่ ๕ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๕ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “เข้าใจ” (Empathy)
                        ทีมที่ ๖ รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๖ ร้อยละของบุคลากรสพอ.เบตง ที่ได้เสริมสร้างค่านิยม “เอื้ออำนวย” (Facilitation)
                        นอกจากนี้ เพื่อสร้างผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กรให้เป็นรูปธรรมชัดเจน สพอ.เบตง จึงได้ดำเนินการคัดเลือกทูตค่านิยมองค์กรทีมละ  ๑  คน (บุคลากรมี ๔ คน        จึงซ้ำกัน)  โดยกำหนดให้มีหน้าที่ ดังนี้
                        ๑.  ศึกษาและแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ดีตามแนวทางของค่านิยมองค์กร ABC DEF    เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนร่วมงาน
                        ๒.  ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามตัวชี้วัดที่ยังมีคะแนนประเมินต่ำกว่าเกณฑ์
                        ๓.  ทำหน้าที่ประสานงานภายในทีมและนอกทีม
                        ๔.  ทำหน้าที่ประเมินผลในภาพรวมของการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร
                        ๕.  ทำหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
                  และ สพอ.เบตง ได้ดำเนินการกำหนดปัจจัยหลัก และวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลสำเร็จต่อการนำค่านิยมองค์กร ABC DEF สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ด้วยเครื่องมือ ดังนี้
                   ๑) การประเมินตนเองเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข

                         หลังจากการวิเคราะห์ปัจจัยหลักและสาเหตุของปัญหาร่วมกันแล้ว ก็จัดให้ทุกคน     ได้ประเมินตนเอง โดยเริ่มประเมินตนเองในการนำค่านิยมองค์กร ABC DEF ไปปฏิบัติ โดยใช้แบบฟอร์ม   ที่กำหนดขึ้น ซึ่งประกอบด้วย การประเมินโดยตนเอง (SA) และการประเมินโดยเพื่อนร่วมงาน (ทุกคน) และนำผลการประเมินทั้งสองแบบมาเปรียบเทียบกัน หากพบว่าข้อใดมีคะแนนจากเพื่อนร่วมงานอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าคะแนนที่ได้จากการประเมินตนเอง ให้บุคคลผู้นั้นวางแผนพัฒนาตนเอง  ซึ่งจะมีการประเมินผลอีก  2 ครั้ง   เพื่อติดตามพฤติกรรมว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร
๒) การนำผลการประเมินตนเองสู่การปรับปรุงแก้ไข/สร้างแรงจูงใจ
                                    ทีมงาน สพอ.เบตง กำหนดกิจกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติตามค่านิยม ABC DEF  โดยได้พิจารณาจัดกิจกรรมต่างๆ  เพื่อส่งเสริมสนับสนุน/สร้างแรงจูงใจ ให้บุคลากร           ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามค่านิยม ABC DEF ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีกิจกรรมหลัก  ๖  กิจกรรม ดังนี้
                                    กิจกรรมที่ ๑  “ปฏิบัติอย่างไร ให้คนอื่นชื่นชม” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๑
                                    กิจกรรมที่ ๒  “ขอบอกว่าดี และยังมีให้แก้ไข” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๒
                                    กิจกรรมที่ ๓    “แค่คิดใหม่ อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลง” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๓
                                    กิจกรรมที่ ๔   “ ความรู้อยู่ไหน  ใคร ๆ ก็ถามหา” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๔
                                    กิจกรรมที่ ๕  “หนึ่งคนเข้าใจเรา” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๕
                                    กิจกรรมที่ ๖   “จงเป็นผู้เอื้ออำนวยเพื่อช่วยให้งานผู้อื่นง่ายขึ้น” โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทีมรับผิดชอบตัวชี้วัดที่ ๖
ตัวอย่างวิธีดำเนินการ
            กิจกรรม        “ปฏิบัติตนอย่างไร ให้คนอื่นชื่นชม” (Appreciation)
            วัตถุประสงค์
                                    ๑.  เพื่อตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของผู้อื่น
                                    ๒.  เพื่อยกย่องชมเชยความรู้ ความสามารถของผู้อื่น
                                    ๓.  เพื่อให้มีการแสดงออก พูด คิด ทำเชิงสร้างสรรค์           
                                    ๔.  เพื่อให้เป็นแบบอย่างของผู้ร่วมงาน และทีมงานที่ดี
            วิธีการ            ให้ทุกคนเขียนชื่อและคำชื่นชมของคนที่ตนเองชื่นชมทุก ๑๕ วัน ใส่ในกล่องที่เตรียมไว้ เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมเปิดกล่องและรวบรวมจัดทำเป็นเล่มที่สวยงาม มอบให้เจ้าตัวเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี
            ขั้นตอนที่ ๖  การติดตามผลการปฏิบัติตามแผนฯ และการประเมินผล
                        ๑.  แบบประเมินพฤติกรรมตามค่านิยม ABC DEF สำหรับตนเอง (ทุกคนประเมินตนเอง)    ซึ่งประกอบด้วย จำนวน  ๖  ตัวชี้วัดหลัก และ ๓๖ ตัวชี้วัดย่อย
                        ๒. แบบประเมินพฤติกรรมค่านิยม ABC DEF สำหรับการมีส่วนร่วมของทุกคน ซึ่งประกอบด้วย จำนวน ๖ ตัวชี้วัดหลัก และ ๓๖ ตัวชี้วัดย่อย
                        ๓.  แบบเปรียบเทียบผลการประเมินหากพบว่าคะแนนที่ได้ยังไม่ผ่านเกณฑ์ บุคคลผู้นั้นจะต้องวางแผนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
๓. ส่วนสรุป
                นอกจากรูปแบบ (Model) ที่ สพอ.เบตงนำเสนอทั้ง ๖ ขั้นตอนในการเสริมสร้างค่านิยมองค์กรในหน่วยงานอย่างยั่งยืนแล้วยังต้องใช้กลยุทธ์ในการเสริมสร้างค่านิยมองค์กรด้วยวิธีการ   ให้ดูผู้บริหารทุกระดับ (จังหวัดและอำเภอ) ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้      ด้วยหลักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และความเอื้ออารีต่อกัน นอกจากนี้ สพอ.เบตง ยังกำหนดให้บุคลากรในสังกัดทุกคนต้องยึดเป้าหมายในการทำงานร่วมกันคือ “ประโยชน์สูงสุดของประชาชน”  โดยนำ  กลยุทธ์ ๔ พ. มาปรับใช้ในการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร ดังนี้
                ๑) พึ่งตนเอง เน้นให้บุคลากรในสังกัดทำงานอย่างมืออาชีพ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี มีความตั้งใจ ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติภารกิจ และมีความรอบรู้ในเนื้องานอย่างชัดเจน
                ๒) พอดี ส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดยึดหลักประชาธิปไตยในการทำงาน ยอมรับหลักการมีส่วนร่วม มีความโปร่งใส ปรับตัวได้เท่าทันตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และมีความสมดุลย์ทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานในทุกมิติ
                ๓) พอเพียง สนับสนุนให้บุคลากรในสังกัดนำหลักความพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตการทำงาน โดยคำนึงถึงความรอบคอบ ครอบคลุม มีเหตุมีผล มีศีลธรรมจรรยา และความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
                ๔) พอใจ สพอ.เบตง สนับสนุน และเอื้ออำนวยให้การทำงานของบุคลากรในสังกัดมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย สพอ.เบตง จะสนับสนุนการปฏิบัติตามภารกิจของหน่วยงานในทุกด้าน และจะวัดผลสัมฤทธิ์ด้วยการวัดความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการปฎิบัติงานตามภารกิจของกรมฯ
จากความมุ่งมั่นของบุคลากรในสังกัด สพอ.เบตง ที่จะนำค่านิยมองค์กรไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนด้วย Model ที่นำเสนอและกลยุทธ์ ๔ พ ...เพื่อรวมพลังก้าวสู่เป้าหมายสุดท้ายร่วมกัน นั่นคือ “ งานได้ผล คนมีสุข” นั่นเอง

...............................................................................................................................................