แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ – สกุล นางสาวกรรณฤพร น่วมเฟื่อง
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 081 - 7638273
ชื่อเรื่อง การบริหารจัดการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
สู่ศูนย์เรียนชุมชน สมบูรณ์แบบ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕7
สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านพรุ
หมู่ที่ ๓
ตำบลลำพะยา
อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
เนื้อเรื่อง
ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบมีความสำคัญต่อประชาชนอย่างยิ่ง
เพราะเป็นแหล่งรวบรวมวิทยาการหลักของความรู้
อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาชาวบ้าน นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน โดยการให้บริการในด้านความรู้และวิทยาการ ต่าง ๆ
ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าโดยการผสมผสานกับความมีชีวิตชีวา
สดชื่น แจ่มใส มิใช่เป็นเพียงห้องสมุดหรือห้องคอมพิวเตอร์แต่เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการบริการ
มีการจัดกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
มีการจัดอาคารสถานที่ให้น่าบริการ
มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
และมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับโลกปัจจุบันและโลกแห่งอนาคตอีกด้วย
บ้านพรุ หมู่ที่ ๓ ตำบลลำพะยา
อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และมีผลิตภัณฑ์ชุมชน
ทุเรียนกวนบูตง ของกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งได้รับการคัดสรร OTOP
5 ดาว นอกจากนี้ในชุมชนนี้มีความรู้ ข้อมูล ข่าวสารมากมาย
โดยสิ่งเหล่านี้มักถูกซ่อนเร้นจากบุคคลทั่วไป ขาดการถ่ายทอดหรือส่งต่อความรู้ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบสมบูรณ์แบบ
จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ของชุมชนที่จะนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอด
การสืบสานภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชุมชน
จากการติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบที่ผ่านมาพบว่า
การทำงานของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบ
ยังต้องมีการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการองค์ความรู้ของชุมชน รวมทั้งการนำองค์ความรู้ชุมชนเหล่านั้นมาเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง
ๆ ในชุมชน โดยมีศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบเป็นกลไก และเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม
เพื่อเป้าหมายในการสืบทอดและเผยแพร่องค์ความรู้
รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนต่อไป
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge
Assets)
- หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการจัดทำแผนชุมชน
- การจัดเวทีประชาคม
- หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม
แก่นความรู้(Core
Competency)
- การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
-
แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบ
กฎระเบียบ
แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
-
ปรัชญาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ๖x๒ ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
-
หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
-
แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน
กลยุทธ์ในการทำงาน
- การพักค้างในพื้นที่
เนื่องจากงานพัฒนาชุมชนเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการขับเคลื่อนกิจกรรม
การพักค้างในพื้นที่ ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพัฒนากร ผู้นำชุมชน
และชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าพัฒนากรเป็นเสมือนบุคคลในครอบครัว
เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่
การดำรงชีวิตของคนในชุมชน เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานต่อไป
- การสร้างแรงจูงใจ ใฝ่หาความสำเร็จ
ทั้งต่อผู้นำชุมชนและประชาชน โดยวิธีการสร้างความสำเร็จให้เห็น
หรือการศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมไปสู่เป้าหมายต่อไป
- การจัดกิจกรรมบันเทิง
โดยหลังจากที่มีการจัดเวทีประชาคมหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว จะให้มีการนำอาหารมารับประทานร่วมกัน
มีการสังสรรค์ ร้องเพลงคาราโอเกะ จัดมินิคอนเสิร์ตโดยวงดนตรีหมู่บ้าน
(ผู้ใหญ่บ้านเป็นมือกลองประจำวง) และพัฒนากร ประชาชนบ้านพรุทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ
ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน และเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ต่าง
ๆ ระหว่างนี้พัฒนากรสามารถสอดแทรกกิจกรรม กระบวนการในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน
รวมทั้งการสร้างสำนึกการมีส่วนร่วมแก่ประชาชนได้อีกด้วย
ปัจจัยที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ
- บ้านพรุ มีผู้นำที่เข้มแข็ง มีความเสียสละ
และเป็นแบบอย่างให้คนในชุมชน
- คนในชุมชนมีความรักความสามัคคีทำให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือในการบริหารจัดการชุมชน
-
คนในชุมชนมีความต้องการที่จะดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถวาย ในหลวง
- กิจกรรมที่ทำเพิ่มขึ้นของชุมชนเกิดมาจากการได้ไปทัศนะศึกษาดูงาน
ได้ไปเห็นรูปแบบของจริงทำให้เกิดแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้น
- ชุมชนมีการกำหนดแผนงานที่ชัดเจนในการบริหารชุมชนโดยมีการรักษาความดีที่มีอยู่ในชุมชน
และพยายามทำให้ดีขึ้น ให้พัฒนาขึ้น
- มีการเรียนรู้โดยค้นหาศักยภาพของชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุง เช่นวัฒนธรรม ประเพณี ทุนต่างๆในชุมชนไม่ว่าจะเป็นทุนที่เป็นตัวเงินหรือทุนทางสังคม ทุนทางธรรมชาติ ต้องค้นให้พบ จุดอ่อน จุดแข็งเพื่อที่จะพัฒนาหรือรักษาไว้ต่อไป
- การปรับเปลี่ยนทัศนะคติของคนในชุมชน เช่นจากเดิมซื้อบ้างปลูกบ้างปัจจุบันปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ทุกครัวเรือนเกิดกิจกรรมพึ่งตนเองมากขึ้น
- มีกลุ่มองค์กรที่เข้มแข็งหลายกลุ่ม และมีการเชื่อมโยงกับภายในและภายนอกชุมชน
- มีเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ความร่วมมือสนับสนุน
- มีศูนย์เรียนรู้ในชุมชนให้การเรียนรู้ทั้งในและนอกศูนย์ เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน มีครัวเรือนต้นแบบที่เข้มแข็ง ตั้งใจน้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
- มีการเรียนรู้โดยค้นหาศักยภาพของชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุง เช่นวัฒนธรรม ประเพณี ทุนต่างๆในชุมชนไม่ว่าจะเป็นทุนที่เป็นตัวเงินหรือทุนทางสังคม ทุนทางธรรมชาติ ต้องค้นให้พบ จุดอ่อน จุดแข็งเพื่อที่จะพัฒนาหรือรักษาไว้ต่อไป
- การปรับเปลี่ยนทัศนะคติของคนในชุมชน เช่นจากเดิมซื้อบ้างปลูกบ้างปัจจุบันปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ทุกครัวเรือนเกิดกิจกรรมพึ่งตนเองมากขึ้น
- มีกลุ่มองค์กรที่เข้มแข็งหลายกลุ่ม และมีการเชื่อมโยงกับภายในและภายนอกชุมชน
- มีเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ความร่วมมือสนับสนุน
- มีศูนย์เรียนรู้ในชุมชนให้การเรียนรู้ทั้งในและนอกศูนย์ เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน มีครัวเรือนต้นแบบที่เข้มแข็ง ตั้งใจน้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
กฎระเบียบ
แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
- ปรัชญาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ๖x๒ ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
- หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
- แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน
ความยุ่งยากในการดำเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค
-
การดำเนินกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
ในส่วนของการ บูรณาการระหว่างหน่วยงานภาคีและทีมตำบล
มีปัญหาเรื่องการจัดการเวลาที่ตรงกัน
เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างมีภารกิจที่แตกต่าง และมีหน้าที่รับผิดชอบมาก
อีกทั้งจังหวัดยะลา อยู่ในเขตพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทำให้แต่ละหน่วยงานมีกิจกรรม/โครงการ ที่เป็นภารกิจของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
(ศอ.บต.) ทำให้มีเวลาลงพื้นที่ไม่ตรงกัน
- ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป้าหมายบางคน
ขาดความรู้ ความเข้าใจ ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมเวทีประชาคม เกิดความเบื่อหน่าย โดยเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญและเสียเวลา
ทำให้บางครัวเรือนไม่ให้ความสนใจเข้าร่วมในบางกิจกรรม
- ความขัดแย้งภายในของคนในชุมชน
ทำให้ส่งผลต่อการประสานงานในบางเรื่อง
ซึ่งทำให้ในการดำเนินงานบางอย่างอาจใช้ระยะเวลานาน เกิดความล่าช้าขึ้น
-
ความยุ่งยากในการจัดสรรเวลาเพื่อเข้าพื้นที่ เนื่องจากพัฒนากรมีภาระงานด้านเอกสาร
การรายงานต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเยอะ
ในแต่ละวันจะใช้เวลาในการทำงานเอกสารอยู่ที่สำนักงานเป็นส่วนใหญ่
อาจทำให้เกิดความห่างเหินกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
-
ความยุ่งยากด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เนื่องจากพื้นที่ตำบลลำพะยามีเส้นทางสัญจรเข้า-ออก เส้นทางเดียว
และจะต้องผ่านจุดเสี่ยงในการก่อเหตุร้าย
จึงเป็นอันตรายต่อการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่
ซึ่งครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยประสบเหตุขณะเดินทางกลับจากพื้นที่
โดยประสบเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์หลายจุด
ข้อเสนอแนะ
- การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้ประสบผลสำเร็จนั้น
การชี้แจงทำความเข้าใจและการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน
ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการที่จะส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่ง
จึงต้องเน้นไปที่การพัฒนาที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
โดยทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความเข้มแข็งทางด้านความคิด และสติปัญญาก่อน
เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามมา
- การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐจะต้องลงมือทำอย่างจริงจังและชัดเจนเห็นเป็นรูปธรรม
ซึ่งทีมตำบลถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ หากทีมมีความเข้มแข็ง
ทำงานเป็นระบบ จะเป็นแรงผลักดันที่มีพลังในการสร้างผลสำเร็จอีกด้วย
- ในการจัดเวทีประชาคมในแต่ละกิจกรรม ผู้ดำเนินการและทีมงานจะต้องศึกษาชุมชนให้ชัดเจนทุกแง่มุม ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดประเด็นเนื้อหา
วิธีการและเทคนิคที่ใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม
ซึ่งการเลือกวิธีการและเทคนิคการจัดเวทีประชาคม
สามารถปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับความถนัด ความสามารถของผู้จัดและกลุ่มเป้าหมาย
-
หากลยุทธ์ในการเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรม
การจัดเวทีประชาคมโดยการชักจูงให้เห็นถึงประโยชน์ร่วมกันหรือประโยชน์โดยส่วนรวม มีการผูกมิตรไมตรีต่อกันและใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวบางโอกาสในการประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ
- กรมการพัฒนาชุมชน
ควรมีการปรับการทำงานของพัฒนากร โดยการลดงานเอกสาร การรายงานต่าง ๆ
ที่มีความซ้ำซ้อนลง เพื่อให้พัฒนากรมีเวลาในการปฏิบัติงานพื้นที่มากขึ้น
-
การสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อลดความเครียดจากการปฏิบัติงาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น