วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การบริหารจัดการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สู่ศูนย์เรียนชุมชน สมบูรณ์แบบ

แบบบันทึกองค์ความรู้


ชื่อ – สกุล                           นางสาวกรรณฤพร น่วมเฟื่อง
ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก   081 - 7638273      
ชื่อเรื่อง การบริหารจัดการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สู่ศูนย์เรียนชุมชน สมบูรณ์แบบ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ                ปี พ.ศ.๒๕๕7                       
สถานที่เกิดเหตุการณ์               บ้านพรุ หมู่ที่ ๓ ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
เนื้อเรื่อง                               
         ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบมีความสำคัญต่อประชาชนอย่างยิ่ง  เพราะเป็นแหล่งรวบรวมวิทยาการหลักของความรู้  อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน  โดยการให้บริการในด้านความรู้และวิทยาการ   ต่าง ๆ  ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าโดยการผสมผสานกับความมีชีวิตชีวา สดชื่น แจ่มใส มิใช่เป็นเพียงห้องสมุดหรือห้องคอมพิวเตอร์แต่เพียงอย่างเดียว  จำเป็นต้องมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการบริการ มีการจัดกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  มีการจัดอาคารสถานที่ให้น่าบริการ  มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้  และมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับโลกปัจจุบันและโลกแห่งอนาคตอีกด้วย บ้านพรุ หมู่ที่ ๓ ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และมีผลิตภัณฑ์ชุมชน ทุเรียนกวนบูตง ของกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งได้รับการคัดสรร OTOP 5 ดาว นอกจากนี้ในชุมชนนี้มีความรู้ ข้อมูล ข่าวสารมากมาย โดยสิ่งเหล่านี้มักถูกซ่อนเร้นจากบุคคลทั่วไป ขาดการถ่ายทอดหรือส่งต่อความรู้ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบสมบูรณ์แบบ จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ของชุมชนที่จะนำไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้  การถ่ายทอด การสืบสานภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชุมชน
         จากการติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบที่ผ่านมาพบว่า การทำงานของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบ ยังต้องมีการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการองค์ความรู้ของชุมชน  รวมทั้งการนำองค์ความรู้ชุมชนเหล่านั้นมาเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน โดยมีศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบเป็นกลไก  และเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม เพื่อเป้าหมายในการสืบทอดและเผยแพร่องค์ความรู้ รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนต่อไป
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
- หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการจัดทำแผนชุมชน
- การจัดเวทีประชาคม
- หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม

แก่นความรู้(Core Competency)
- การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
- แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ชุมชนสมบูรณ์แบบ 
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
          - ปรัชญาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          - แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ๖x๒ ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
          - หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
          - แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน
กลยุทธ์ในการทำงาน
          - การพักค้างในพื้นที่ เนื่องจากงานพัฒนาชุมชนเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการขับเคลื่อนกิจกรรม การพักค้างในพื้นที่ ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพัฒนากร ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าพัฒนากรเป็นเสมือนบุคคลในครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อีกทั้งยังเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่ การดำรงชีวิตของคนในชุมชน เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานต่อไป
          - การสร้างแรงจูงใจ ใฝ่หาความสำเร็จ ทั้งต่อผู้นำชุมชนและประชาชน โดยวิธีการสร้างความสำเร็จให้เห็น หรือการศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมไปสู่เป้าหมายต่อไป
          - การจัดกิจกรรมบันเทิง โดยหลังจากที่มีการจัดเวทีประชาคมหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว จะให้มีการนำอาหารมารับประทานร่วมกัน มีการสังสรรค์ ร้องเพลงคาราโอเกะ จัดมินิคอนเสิร์ตโดยวงดนตรีหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้านเป็นมือกลองประจำวง) และพัฒนากร ประชาชนบ้านพรุทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน และเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ต่าง ๆ ระหว่างนี้พัฒนากรสามารถสอดแทรกกิจกรรม กระบวนการในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน รวมทั้งการสร้างสำนึกการมีส่วนร่วมแก่ประชาชนได้อีกด้วย
ปัจจัยที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ
          - บ้านพรุ มีผู้นำที่เข้มแข็ง มีความเสียสละ และเป็นแบบอย่างให้คนในชุมชน
          - คนในชุมชนมีความรักความสามัคคีทำให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือในการบริหารจัดการชุมชน
- คนในชุมชนมีความต้องการที่จะดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถวาย ในหลวง
                   - กิจกรรมที่ทำเพิ่มขึ้นของชุมชนเกิดมาจากการได้ไปทัศนะศึกษาดูงาน ได้ไปเห็นรูปแบบของจริงทำให้เกิดแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้น
                   - ชุมชนมีการกำหนดแผนงานที่ชัดเจนในการบริหารชุมชนโดยมีการรักษาความดีที่มีอยู่ในชุมชน และพยายามทำให้ดีขึ้น ให้พัฒนาขึ้น
          - มีการเรียนรู้โดยค้นหาศักยภาพของชุมชน  เพื่อนำมาปรับปรุง เช่นวัฒนธรรม  ประเพณี ทุนต่างๆในชุมชนไม่ว่าจะเป็นทุนที่เป็นตัวเงินหรือทุนทางสังคม ทุนทางธรรมชาติ ต้องค้นให้พบ  จุดอ่อน จุดแข็งเพื่อที่จะพัฒนาหรือรักษาไว้ต่อไป
          - การปรับเปลี่ยนทัศนะคติของคนในชุมชน เช่นจากเดิมซื้อบ้างปลูกบ้างปัจจุบันปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ทุกครัวเรือนเกิดกิจกรรมพึ่งตนเองมากขึ้น
          - มีกลุ่มองค์กรที่เข้มแข็งหลายกลุ่ม และมีการเชื่อมโยงกับภายในและภายนอกชุมชน
          - มีเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ความร่วมมือสนับสนุน
          - มีศูนย์เรียนรู้ในชุมชนให้การเรียนรู้ทั้งในและนอกศูนย์ เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน  มีครัวเรือนต้นแบบที่เข้มแข็ง ตั้งใจน้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
         - ปรัชญาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
         - แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ๖x๒ ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
         - หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน
         - แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งยั่งยืน
ความยุ่งยากในการดำเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค
         - การดำเนินกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในส่วนของการ บูรณาการระหว่างหน่วยงานภาคีและทีมตำบล มีปัญหาเรื่องการจัดการเวลาที่ตรงกัน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างมีภารกิจที่แตกต่าง และมีหน้าที่รับผิดชอบมาก อีกทั้งจังหวัดยะลา อยู่ในเขตพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้แต่ละหน่วยงานมีกิจกรรม/โครงการ ที่เป็นภารกิจของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำให้มีเวลาลงพื้นที่ไม่ตรงกัน
         - ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป้าหมายบางคน ขาดความรู้ ความเข้าใจ ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมเวทีประชาคม เกิดความเบื่อหน่าย โดยเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญและเสียเวลา  ทำให้บางครัวเรือนไม่ให้ความสนใจเข้าร่วมในบางกิจกรรม
         - ความขัดแย้งภายในของคนในชุมชน ทำให้ส่งผลต่อการประสานงานในบางเรื่อง ซึ่งทำให้ในการดำเนินงานบางอย่างอาจใช้ระยะเวลานาน เกิดความล่าช้าขึ้น
         - ความยุ่งยากในการจัดสรรเวลาเพื่อเข้าพื้นที่ เนื่องจากพัฒนากรมีภาระงานด้านเอกสาร การรายงานต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเยอะ ในแต่ละวันจะใช้เวลาในการทำงานเอกสารอยู่ที่สำนักงานเป็นส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความห่างเหินกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
         - ความยุ่งยากด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพื้นที่ตำบลลำพะยามีเส้นทางสัญจรเข้า-ออก เส้นทางเดียว และจะต้องผ่านจุดเสี่ยงในการก่อเหตุร้าย จึงเป็นอันตรายต่อการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยประสบเหตุขณะเดินทางกลับจากพื้นที่ โดยประสบเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์หลายจุด
ข้อเสนอแนะ    
         - การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้ประสบผลสำเร็จนั้น  การชี้แจงทำความเข้าใจและการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่จะส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่ง จึงต้องเน้นไปที่การพัฒนาที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความเข้มแข็งทางด้านความคิด และสติปัญญาก่อน เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามมา
         - การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐจะต้องลงมือทำอย่างจริงจังและชัดเจนเห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งทีมตำบลถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ หากทีมมีความเข้มแข็ง ทำงานเป็นระบบ จะเป็นแรงผลักดันที่มีพลังในการสร้างผลสำเร็จอีกด้วย
         - ในการจัดเวทีประชาคมในแต่ละกิจกรรม  ผู้ดำเนินการและทีมงานจะต้องศึกษาชุมชนให้ชัดเจนทุกแง่มุม  ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดประเด็นเนื้อหา วิธีการและเทคนิคที่ใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม  ซึ่งการเลือกวิธีการและเทคนิคการจัดเวทีประชาคม  สามารถปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับความถนัด  ความสามารถของผู้จัดและกลุ่มเป้าหมาย
         - หากลยุทธ์ในการเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรม การจัดเวทีประชาคมโดยการชักจูงให้เห็นถึงประโยชน์ร่วมกันหรือประโยชน์โดยส่วนรวม มีการผูกมิตรไมตรีต่อกันและใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวบางโอกาสในการประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ
         - กรมการพัฒนาชุมชน ควรมีการปรับการทำงานของพัฒนากร โดยการลดงานเอกสาร การรายงานต่าง ๆ ที่มีความซ้ำซ้อนลง เพื่อให้พัฒนากรมีเวลาในการปฏิบัติงานพื้นที่มากขึ้น
         - การสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อลดความเครียดจากการปฏิบัติงาน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น